แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ travel แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ travel แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555

ซื้อความลำบาก

มนุษย์เดินเดินกินข้าวแกง แก่งแย่งทำงาน
แต่ละวันๆ ผ่านไปกับการใช้ชีวิตในออฟฟิสมากกว่าครึ่งหนึ่งของชีวิต..ใช้เวลาแลกเงิน..


ใช้เงินซื้อความสะดวกสบาย ใช้จ่ายสิ่งของจำเป็น ที่สังคมลงความเห็นกันว่า...
ต้องมีให้เหมาะสมฐานะ ต้องใช้จ่ายให้เป็นหน้าเป็นตา ต้องพกพา Brand name เข้าสังคม ปั้นหน้า ดัดกริยา ไม่ให้ใครว่าได้...

ส่วนหนึ่งของมนุษย์เงินเดิน ที่ต้องใช้ความอดทน ความฝันในการปั่นงาน ทั้งวัน เพื่อเจียดเงินที่เหลือ ซื้อความลำบากใส่ตัว...
คนกลุ่มนี้ คือบรรดาเราๆ ท่านๆ ที่ สุดสัปดาห์ อยู่ติดเมือง นั่งรถไฟฟ้า ใส่เสื้อผ้าหรูๆ อยู่ในเมืองกันไม่ได้..
เพราะความรู้สึกภายใน มันเรียกร้องให้ออกไปสู่โลกกว้าง...

จึงต้องค้นหา จึงต้องเดินทาง  นั่งรถหลังขดหลังแข็ง...ออกต่างจังหวัด
อัดกันอยู่ท้ายรถกะบะ ตากแดดร้อน  หลังคอนไว้ด้วยเป้หนักๆ จุดหมายไม่ใช่เพื่อได้พัก แต่เพื่อได้ไปต่อ
รอสุดเส้นทาง พาหนะจะพาไปได้...คือจุดเริ่มต้นการเดินเท้า ปีนป่าย เพื่อจะไปให้ไกลขึ้น
ได้ยืนบนก้อนหินริมผา รับลมเย็นๆ ก็เป็นสุขใจ

ฟูจิ ซูชิ ซิสเลอร์ KFC ราเม็งดีๆ ไม่ใช่อาหารที่ต้องการในมื้อนี้...
เพียงแค่มี ข้าวสวยร้อนๆ จากหม้อสนาม..นั้งล้อมวงกับเพื่อนร่วมทาง..ซึ่งไม่อยากจำว่าเป็นไครทำงานอะไร ตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตแค่ไหน  แค่เพื่อนร่วมทาง นั่งบนขอนไม้ ต้นหญ้า หรือจะกราวชี๊ตที่ขนาดผืนเพียงนิดจนนั่งกันไม่พอ..แค่นี้ก็อบอุ่นในหัวใจ...

เสียงเพลงที่เคยเพราะ ละครที่กำลังฮิต..เวลานี้ไม่มีสิทธิ์จะกวนใจ...ค่ำคืนไร้แสงสี..มีเพียงแสงริบหรี่จากกองไฟที่ปะทุวับแวมเป็นบางคราว... ขับกล่อมด้วยจักกะจั่นเรไร สลับไปกับหยาดน้ำ้ค้างร่วงจากใบไม้ ยจามต้องสายลมหนาว

ชุดนอนตัวโปรด....เตียงนุ่มๆ ผ้านวมหนาๆ ก็ขอลากันก่อนชั่วคราวคืนนี้เราขอหมักหมมอยู่ในชุดที่เดินป่ามาทั้งวัน...ชื่นไอน้ำกับกลิ่นเหงื่อ.. เจอด้วยกลิ่นควันไฟ... คืนนี้คงหลังสนิท
พรุ่งนี้ทางจะชันมาก หรือจะลำบากอีกแค่ไหน ไม่อาทร...

ฟ้าอาจไม่เปิด วิวสวยๆ อาจจะไม่ได้เห็น ดอกไม้อาจไม่บาน...อาหารอาจไม่อร่อย  สิ่งที่คอยอยู่มีความเป็นไปได้แค่ความลำบากทางกาย...แต่ไม่ได้เสียใจเพราะการคาดหวัง มีแต่ความมุ่งหวังจะเดินหน้า เสาะหาความลำบากต่อไป...เพียงเพราะทุกครั้งที่ออกเดินไป มีความประทับใจ ความรู้สึกดีๆ และหลายๆ อย่างที่ได้เรียนรู้ มากกว่าอยู่สบายๆ อยู่ในเมือง....
Phoenix(13/3/2012)

วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ทริปปลดหนี้#2 นอนแพไทรโยค

ออกจาก กรุงเทพ เมืองฟ้า จะปาไปบ้านทุ่ง ไปดู ฟักข้าว พื้ชที่ถ้าสาวๆ รู้สรรพคุณแล้วตาโตแน่นอน ก็อุดมไปด้วย แบตาแคโรทีน และไลโคฟืน

แวะกินขนมจีนน้ำยา(ปลาช่อน)
ที่บ้านศิษย์น้อง ที่นครชัยศรี...(คุยกันมาหล
ายปีจะได้เจอหน้ากันซะที)

แนะนำสมาชิก แล้วก็ ย้ายสมาชิกบางส่วนมานั่งรถไปกับศิษย์น้องด้วย (เด๋วขับรถคนเดียวจะเหงา)
แวะชมไร่ฟักข้าวที่ นครปฐม
สวนฟักข้าว เลยแยกบ้านแพ้วประมาณ 1 km เลี้ยวซ้ายทางไปทางศูนย์ราชการ 200 เมตร
ต้นหาในเว็บได้ข้อมูลแค่นี้แหละ (เด่วขอติดต่อประสานงานอีกทีนะ)

เผื่อใครอยากดูเกี่ยวกับฟักข้าว http://www.youtube.com/watch?v=EbW69-VzBQ8

ถึงกาญจน์ หาซื้อของสด ไปทำกินกันที่แพ เข้าอช..ลงแพ ให้เค้าลากไปไว้ไกลผู้ไกลคน
จะได้มีมีคนร้องให้กลับ หรืออยากเพิ่มเมนูตอนดึก

ช่วยกันทำอาหาร เฮฮาหัวราน้ำ

สายๆ ออกจากแพ ไปเดินถ้ำ แล้วก็แช่น้พุร้อนหินตาด

เดินทางกลับ ...แวะหาขนมอย่อยๆ ที่องค์ปฐมเจดีย์

ค่าใช้จ่ายทริปนี้..หารเฉลี่ย ตลอดทริปครับ











 

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ทริปปลดหนี้#1 ปาย..ปางอุ๋ง @หมู่บ้านสันติชน




มื้อเช้ามื้อเที่ยงรวบไปเป็นข้าวขาหมูที่หมู่บ้านสันติชน เลยแล้วกัน

ถึงหมู่บ้านสันติชน..เป้าหมายแรกบุกตะลุยส่วนของร้านอาหารกันก่อนเลย
เมนูไม่ต้องแนะนำเพราะสมาชิกแต่ละคนหิวโหยกันได้ที่ เพราะเวลาตอนนี้ก็เที่ยงตรง
ต้มขขาหมู่ หมั่นโถ หมี่นโถทอด ไก่ผัดสมุนไพร ปลาทับทิมนึ่งยัดไปอย่างให้เหลือ
ว่องไวยิ่งกว่าไฟไหม้...อาหารทั้งหมดเกลี้ยงฉาดอย่างว่องไว...ยกเว้นต้มเปรี้ยว...ที่สมาชิกลงความเห็นว่ามะได้เปรี้ยว..เลยไม่มีคนเหลียวแล...
ตามสบาย..ให้เวลา 1ชั่วโมง

อิ่มท้องแล้วก็พาไปอิ่มบุญกันต่อ..ขอนำท่านตัดมาที่วัดน้ำฮู้...วัดนี้เป็นวัดดังของปาย ใครไปใครมาก็ต้องแวะมาไหว้พระทันใจ พระประธานประจำโบสถ์

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ทริปปลดหนี้#1 ปาย..ปางอุ๋ง @ห้วยน้ำดัง


ทริปปลดหนี้#1 ปาย..ปางอุ๋ง

หลลายคนคงสงสัยว่า..ทำไมทริปนี้จึงไม่มีการเปิดเพลง เปิดหนัง อีกทั้งยังไม่มีการแนะนำตัวสมาชิกอีก...

สาเหตุมันมีที่มาครับ ไม่ใช่เพราะว่าหลงลืม แต่เป็นเพราะความใส่ใจและความไม่ใส่ใจในแบบของผมเอง



เพราะสมาชิกส่วนใหญ่ในทริปนี้...เรียกว่าทั้งหมดก็ได้มั่ง เพราะนอกจากผมและหวาน(ที่ลากตัวมาช่วยจัดการเรื่องรถตู้และอาหาร)คนอื่นๆไม่เคยเดินป่า และไม่เคยออกทริป อีกทั้งยังไม่เคยไปด้วยกันเลย...จึงคิดว่าไม่ต้องแนะนำตัวดีกว่า ปล่อยให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเอง ทำความรู้จักกันเอง

และไม่ต้องการให้เวลาในการดูหนัง หรือฟังเพลงมาบดบังโอกาสที่จะได้ชื่นชมกับธรรมชาติสองข้างทาง ใครจะขัดใจไปบ้างก็ช่างละ

ที่เรียกทริปนี้ว่าเป็นทริปปลดหนี้...เพราะว่าค้างสัญญากับสมาชิกคนหนึ่งของทริป เรียกว่าทริปนี้จัดขึ้นมาเพราะว่าสมาชิกคนนี้แหละโดยเฉพาะ...ก็เพราะเป็นสัญญาที่ยาวนานและการทวงกันต่อเนื่องตลอดจตุปี จนปีนี้เพิ่งจะได้โอกาสจัดการให้แล้วเสร็จ...

ทริปนี้ทะลักทุเล ด้วยการจัด Event  facebook แบบปิด ก็ไม่คิดว่าสมาชิกที่บอกว่าจะไปด้วย จะติดภาระอย่างอื่นกระทันหัน ไปกันไม่ได้ซะครึ่งหนึ่ง...เหลือสมาชิกเดินทางจริงๆ แค่ 5 เอาละสิ ทริปนี้จะสู้ค่ารรถกันไหวไหม...
คำนวนโน่น นี่นั่น ค่ารถ+ค่าน้ำมันก็ปาเข้าไปร่วม 16,000 บาทเข้าไปแล้ว  นี่ยังมีค่ากินค่าที่พักอีก..จะหมดกันคนละกี่เงินละนี่...
ยังดีที่ นอกจาก 5 คนที่ว่า ยังมีพงษ์ มาช่วยหารค่ารถอีกสองวัน เพราะจะแยกตัวกลับในบ่ายวันอาทิตย์
....
...
หลังจากพยายามชวนคนโน่นคนนี้ ประมวลข่าวสถานะการณ์รายวัน ที่หวันๆ เพราะเชียงใหม่ฝนตกยาวมาเป็นสัปดาห์แล้ว...
ในที่สุดก่อนวันเดินทางฝนยังตกอยู่  พญาเสือโคร่ง..ทุกจุด โรยหมดแล้ว...(โปรแกรมแวะล่าเสือเรางดไป)
ข่าวดีเริ่มมีมา...สมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 1 คน นอกจากนั้นยังมี...อีกสองคนที่ขอติดอาศัยรถไปลงปายช่วยหารค่าน้ำมันได้อีกส่วนหนึ่ง...เย่ๆ ความหวัง 3,500 บาทต่อหัว เริ่มริบหรี่(จากที่เป็นไปไม่ได้)

ท้ายที่สุดวันเดินทาง...ขลุกขลักอีกแล้ว เมื่อผมไม่สามารถเดินทางไปยังจุดนัดหมาย Big C สะพานควายได้ ต้องวานให้ผู้อาศัยติดรถไปปาย( Nu_VEE และRainbow ช่วยเก็บเพื่อนมือใหม่ที่ยังไม่เคยเดินทางขึ้นรถหน่อย...
หลังจากโดนน้องก่นด่าพองาม (ตามความสนิท) และเพื่อนโวยวายที่เราไม่ไปตามนัด...เออท้ายที่สุดมันก็ประสานงานกันขึ้นรถได้ละวะ...

รถมาถึงก็ส่งเป้และของใช้...จำเป็นในทริปนี้(ที่ช้าก็เพราะจัดการของพวกนี้อยู่นั่นแหละ หม้อสุกี้ แก๊ส ตะเกียงพร้อม..
เป้าหมายต่อไป รับพงษ์ ที่ ตรงข้ามรังสิต เห็นสภาพการยืนรอแล้วก็น่าเห็นใจ ก็คนไม่เคยไปไหนมาตรงเวลา ก็เน๊าะรอนานหน่อย(ขอโทษคับผมผิดเอง)

lotus บางปะอิน รับเบียร์ แล้วก็ต่อด้วยเข้าไปเก็บเพื่อนใหม่อีกคนจากที่บ้าน
สมาชิกเราก็ครบละได้เวลาเดินทาง....

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทริปรับลมหนาว เที่ยวม่อนแจ่ม นอนดอยอิน กินสตอเบอรี ฟ้าโปร่งดีระเบียงดาว


ทริปนั่งรถแดงแอ๋วเชียงใหม่ตามล่าหาแม่คะนิ้ง 25-29 พย 2554

เปิดทริปรับลมหนาว ด้วยการ ขึ้นสามดอยฮิต
อินทนนท์ อ่างขาง หลวงเชียงดาว
การเดินทาง กทม- เชียงใหม่ รถบัส บขส
ตระเวณเที่ยวเชียงใหม่ ด้วยการเหมารถแดง....
หลังจากถึงเชียงใหม่ เป้าหมายแรก ไปม่อนแจ่มๆๆๆๆ ไปดูสิที่เค้าว่าแหล่ม มันเป็นยังไง
24 พย 2554
21.30 ออกจากหมอชิต  รถบขส ม.4ข  ชั่นล่าง นะจ๊ะ คนละ 543  จ่ายที่นางฟ้าลุ้ย
เสาร์ 25 พย 2554
...... ถึงเชียงใหม่ นัดลุงชุ่ม ไปรับที่อาเขต  เจ้าของรถแดงมืออาชีพ (วันละ 1300  เติมน้ำมันเอง)  มีเต๊นท์และอุปกรณ์ครัวให้เราด้วย น่ารักมากไม่ต้องหอบเต๊นท์ไปนะ  เอาถุงนอน เครื่องกันหนาวไปเอง
ไปถึง แต่เช้ามืด ลุงชุมบอกว่า มีแม่คะนิ้งด้วยแหละช่วงนี้  ถ้าจาขึ้นไปดูแต่เช้าก็ทัน   ลุงบอกว่าแล้วแต่เราว่า จาไปเก็บแม่คะนิ้ง ชมอาทิตย์ขึ้นเลยก็ทัน   หรือเราจาเที่ยวข้างล่างดูอาทิตย์ขึ้นตรงไหนไปก่อนก็ด้ แล้วเที่ยวม่อนแจ่ม แม่กลางหลวง  หรืออารายก็ได้  อ้อ..ทริปนี้เรามีไกด์ท้องถิ่น เป็นหนุ่มหน้าตาดี จิตใจอาสา ด้วยน้า   แล้วแต่ไกด์จาพาไป  เที่ยวๆๆๆแล้วขึ้นไปนอนดิยอินทนนท์
อาทิตย์ 26 พย 2554
 เช้า สายๆ จิบกาแฟ ถ่ายรูปหน่ำใจ แล้วมาไปอ่างข่าง   แวะเที่ยวเรื่อยเปื่อย ตลอดทาง ร้ายของกินข้างทาง ร้านกาแฟเก๋ๆด้วย นอนอ่างข่าง ที่นอนก็แล้วแต่ วาสนาที่เราทำร่วมกันมา  คงไม่พ้นเต๊นท์นั่นแหละ
จันทร์  27 พย 2554
เช้ามาเก็บตะวันดวงเดิม  อยากไปบ้านขอบดง ไร่ สตอ อีก ใครว่าไง  เที่ยวพอแล้วก็ลงมาอ.เชียงดาว   เพื่อไปบ้านระเบียงดาว
เย็นนี้เราต้องร่ำลาเพื่อนร่วมทริป 1 สาว  เพื่อนอ้อ ต้องกลับไปดูแลคนไข้ก่อน  ส่งเพื่อน ขึ้นรถ จากอ.เชียงดาว กลับ กทม
คืน นี้ นอนนับดาวที่บ้านระเบียงดาว  ได้บ้านหลังใหญ่ มีระเบียงใหญ่นั่น  ลุงนิคม คิดค่าหัว คนละ 300 บาท รวมอาหาร 2 มื้อ เย็น  และ เช้า
อังคาร  28 พย 2554
ตื่นมา บ้า เก็บตะวันเหมือนไม่เคยเห็นดวงอาทิตย์เช่นเดิม    ขอให้โชคดีฟ้าเปิด แสงทองสาดด้วยเทิดดดดด  แห้วมาทีละ
ใคร จะลงไปเดินเก็บภาพแนวไลฟ์ ในหมู่บ้านก็ไป เตรียมขนมไปแจกเด้กด้วยนะ   ลาระเบียงดาวลงมาหาอะไรทานกลางวันใน อ.เชียงดาว   แล้ว ซิ่งกลับเชียงใหม่  จองรถกลับบ้าน   จากนั้น....    แล้วแต่เวลาอำนวย ว่าเราไปไหน ทำอะไรต่อได้บ้าง  วัด เจย์ดีสี ทองๆสวยๆ อยากไปถ่ายรุป ถ้ามีเวลานะ     ได้เวลา ก็กลับมาอาเขต
.................................................     Polla Travel   
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ค่ารถแดง 4 วัน    1300 x 4    = 5200
ค่าน้ำมันรถ 4 วัน  ประมาณ 2500 บาท
ค่าบ้านระเบียงดาว อาหาร 2 มื้อเย็น/เช้า   หัวละ 300 x  6 = 1800
รวม เบื้องต้น  9500  /6  = คนละ  1584 บาท
ก็เหลือ ค่าที่กางเต๊นท์ ดอยอิน+อ่างข่าง +ค่ากิน    นะจ๊ะ
สรุปว่า   เก็บกองกลางคนละ 2000  ก่อน  โอเคมั้ย   เหลือกินให้หมด เอ๊ย คืน  น่าจะพอไม่น่าเก็บเพิ่มนะ
ไม่รวมค่าเดินทาง กทม-เชียงใหม่ นะจ๊ะ ไปกลับก็น่าจะพันนิดๆๆ  รวมทริปนี้ 4 วัน 3 คืน ก็ 3 พันหน่อยๆ


 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------
สรุปค่าใช้จ่ายแบบคราวๆ เพราะ บัญชีตาหวานยังวุ่นกะบ้านและสระน้ำในบ้าน
ค่าทริปนี้ 4 วัน 3 คืน  กองกลาง 2000 บาท เก็บเพิ่ม 500 บาท ( เว้น ลุ้ย ไม่ได้กลับด้วย เก็บ เพิ่ม 300 บาท)
ค่ารถทัวร์ไป-กลับ  1,000 บาท   รวมคนละ 3,500  บาท
เพื่อนร่วมระหว่างทาง
- นุ๊ก และเพื่อน   คนละ 500  บาท
- พี่เซ็ง  500  บาท
- กอล์ฟ  1,000 บาท
..................................
ค่าใช้จ่าย
ค่ารถ 1,300 บาท x4 วัน = 5,200
ค่าน้ำมัน 2,520  บาท
ค่าที่พักระเบียงดาว 6 คน  300x6 = 1800
ค่าเข้าศูนย์เกษตรอ่างขาง 400 บาท
ที่เหลือค่ารับประทาน ล้วนๆๆๆๆๆๆๆ  2 วันแรกหนักไปทางค่าอาหาร  ส่วน 2 วันสุดท้าย หมดไปกะกาแฟซะเยอะ ..อิอิ
รับประทานไรไปบ้างรายละเอียดอยู่กะน้องหวานนะจ๊ะ
***************************************************
วันสุดท้าย พี่เต้ รถแดง พาแอ๋วเชียงใหม่ จองตั๋วรถกลับ แล้วไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ กะ วัดสิงห์  พาไปทานข้าวต้มริมคูเมือง
แล้วส่งขึ้นรถทัวร์ 19.00 น. ถึงได้แยกทางกันไป
ตั้งใจจาให้ tip  พี่เต้ ซัก 500  แต่ไม่มีตังค์กองกลางเหลือ ใช้กันได้หมดเกลี้ยงพอดีเด๊ะ  เลยใส่เพิ่มให้ 300 รวมกะค่ารถเป็น
5,500  บาท   พี่แกใจเย็นดี ไม่มีบ่น ขึ้นเขากันทุกวัน แนะนำต่อได้  089-5573121
*******************************************
ขอบคุณ
  • เพื่อนนุ๊ก อำนวยความสะดวกเรื่องที่พักทั้งที่ อ่างขางและ ดอยอินทนนท์ 
  • อน.....  อย่างที่รู้กันนะ คริคริ
  • เพื่อนอ้อ เลี้ยงกาแฟเพื่อนๆและน้องๆที่เชียงดาว   (ไม่รู้เต็มใจป่าวแต่เสร็จโจรไปละ)
**********************************
มีเพื่อนจะเดินตามรอย  สรุปโปรแกรมทริปนี้นะ
day1
7.30 ถึงเชียงใหม่   นัดรถแดงมารอรับ ขึ้นม่อนแจ่ม- โครงการหลวงหนองหอย - ถึงดอยอินทนนท์ ค่ำ
day 2 















5.30 ตื่นไปรอดวงอาทิตย์ที่กิ่วแม่ปาน -เดินเส้นกิ่วแม่ปาน - ตียาวไปอ่างขาง ถึงค่ำๆเหมือนเดิม
day3
ตื่นสายๆ ไปเดินเที่ยวในอ่างขาง บ้านนอแร ขอบด้ง -  เชียงดาว- บ้านระเบียงดาว  เกือบค่ำ
day 4 
6.00 รอแสงสาดจากยอดเขาเชียงดาว เกือบๆ 11 โมงลงมาเชียงใหม่ - เชียงใหม่ ดอยสุเทพ วัดสิงห์
19.00 ขึ้นรถกลับ กทม

ข้อมูลทริปจากพี่หนูบิว http://www.facebook.com/note.php?note_id=298604213494896 

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

เฟินกระแตไต่ไม้

กระแตไต่ไม้ เป็นเฟิน ที่พบกระจายพันธ์ในป่าทั่วทุกภาคของประเทศไทย จัดเป็นเฟินอิงอาศัย เกาะตามต้นไม้ และโขดหิน เหง้ามีขนสีน้ำตาลปกคลุม ใบมี 2 แบบ แบบแรกลักษณะเหมือนใบโอ็คห่อหุ้มเหง้า ไม่มีก้านใบ และไม่สร้างสปอร์  เป็นรูปไข่ ไม่มีก้านใบ กว้างประมาณ 20 ซม. ยาวได้ถึง 32 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกตื้น ๆ
 แบบที่สองใบแฉก มีหลายแฉก กว้างประมาณ 50 ซม. ยาวได้ถึง 80 ซม. ขอบใบเว้าลึก เนื้อใบเหนียว สีเขียวหม่น เป็นมัน ก้านใบยาว กลุ่มอับสปอร์กลมหรือรูปขอบขนานเรียงเป็นสองแถวอยู่ระหว่างเส้นใบหลัก

สามารถปลูกเลี้ยงได้ง่าย อาจปลูกในกระถางไม้ หรือให้เกาะตอไม้ก็ได้ 

ชื่อพื้นเมือง : กระแตไต่ไม้ (ภาคกลาง), กระปรอก (จันทบุรี), กระปรอกว่าว (ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี), กูดขาฮอก เช้าวะนะ พุดองแคะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), เดาน์กาโละ (มลายู-ปัตตานี), ใบหูช้าง สไบนาง (กาญจนบุรี), สะโมง (ส่วย-สุรินทร์), หัวว่าว (ประจวบคีรีขันธ์)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Drynaria quercifolia (L.) J. Sm.

ชื่อวงศ์ : POLYPODIACEAE
ประโยชน์ : ใช้เป็นสมุนไพรบดพอกแก้บวม นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

ใครที่เดินป่า อาจเจออยู่บ่อยๆ จำเป็นอย่างไรสามารถ ใช้หัวทุบพอกแก้บวม จากการโดนความร้อนได้ครับ

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แดนฉิมพลีที่ภูเมี่ยง ตอน๓ ความประทับใจ

วันนี้เราเริ่มออกจากแหล่งน้ำแล้ว...
ลืมบอกไปว่าที่พักเมื่อคืนคือจุดที่ใกล้แหล่งน้ำที่สุด ของการเดินช่วงแรง...จากนี้จนเลยยอดภูเมี่ยงไป เราจะไมเจอแหล่งนี้อีกเลย จะเจออีกที ตอนขาลง ในช่วงบ่ายๆ ของวันนี้
สำหรับคนที่ต้องการจะขึ้นไปนอน บริเวณยอดภูเมี่ยง(แดนฉิมพลี) ลูกหาต้องลงไปตามร่องเขาเพื่อ รองน้ำจากแหล่างน้ำซับที่อยู่ต่ำลงไปจากยอดภูเมี่ยงพอสมควร
เพียงแค่เริ่มเดินทาง เราก็แยกกำลังออกเป็น 2 กลุ่ม ผมอยู่ในกลุ่มแรง คอยตามดูแลสาวๆ

พงษ์ วัต อยู่ชุดหลังคอยคุมบรรดาช่างภาพประจำทริปของเราให้รักษาเวลา
ตัดขึ้นเนินปราบเซียน ช่วงสั้น ๆ เพียงแค่ 1500 เมตร ที่ชันยิ่งกว่าที่ผ่านมา

เมื่อวาน..ทำเอาหลายๆคน เดินได้ 4 ก้าวหยุด 5 ก้าวพัก แม้จะเชื่องช้าไปบ้าง..แต่ว่าทุกคนก็ยังคงทำเวลากันไปด้วยดี พอพ้น เนิน 5 มาได้ ในช่วงเนินที่ 6 เราก็เข้าสู่การเดินไปตามสันเขา มีลมโชย เย็นๆ มาเป็นระยะ ในระหว่างเดินผ่านเนินที่ 7 เหิรเวหา กลับมาเจอทางชันอีกช่าง แต่ พอขึ้นมาถึงข้างบนได้ก็สบายละ.. พักทานข้าวกันที่เนินที่ 8 รอแล้ว รอเล่า กลุ่มหลังก็ยังไม่ตามมาซะที ก็เลย เดินล่วงหน้า เก็บ 4 ผาที่เหลือก่อนละ
ผาที่ 1 ผาเริงรมย์ อยากให้ชม tresenter ทั้งสองของเรานะครับว่าเริงรมย์ ขนาดไหน... ตั้งแต่ผาเริงรมไป เราจะได้เจอ ดอกลิ่นลี่ป่าไปเป็นระยะๆ ตลอดทาง จนถึงแดนฉิมพลี เป็นบริเวณที่ มีดอกลิ่นลี่ให้ชมตลอดทาง ระหว่างนั้น
ผาที่ 2 ผาแดง จุดเด่นบริเวณนี้คือ หินมีสีแดงเข้ม จัดจ้านดีตัดกับไอหมอกที่ลอยมาปะทะเป็นอย่างยิ่ง
แล้วก็ถึงเวลาแนะนำผาที่ 3 ผาชมหมอก..จุดนี้เป็นจุดที่สวยมาก...เหมาะแก่การนั่งพักเหนื่อยชมสายหมอก และทิวทัศย์เป็นอย่งยิ่ง
และสุดยอด ก่อนถึงยอดสุด..ผาที่ 4 ผาวัดใจ..
มีแต่เพื่อนๆ ในทริปโวย...จะมาวัดอะไรกันตอนนี้..
เพราะที่ผ่านมา ยังไงซะข้างหน้าเราก็จะผ่านไปให้ได้ แล้วมันก็ไม่เกินความสามารถอะไร สุดท้าย ยอดภูเมียงก็เพียงให้เราพิชิต..
พลาดไม่ได้กับบรรยากาศการถ่ายรูปคู่กับป้าย "ผู้พิชิตยอดภูเมียง".. เพราะเราตั้งใจไว้แล้วว่าครั้งเดียวในชีวิตที่ มาพิชิตยอดภูเมี่ยง..เมื่อภาพที่ได้เพียงพอ..ไปต่อกันที่แดนฉิมพลี
ณ จุดที่พักนี่เอง เรานั่งรอสมาชิก ร่วมทริป ชุดหลัง ร่วม 2 ชั่วโมง
นั่งรอตั้งแค่ บ่ายโมงนิดๆ กว่าเพื่อนๆ จะมาถึงกันก็ เกือบบ่าย 3 แล้ว
แย่ละ..ทางเดินจากนี้ อีกไกล มาก กว่าจะถึงที่พักของเรา ที่น้ำตก ...จะไปถึงทันไหมเนี้ยะ...
เมื่อเราเจอครบทีม ถ่ายรูปร่วมกัน ... ก็เริ่มกำหนดแผนการเดินทางกันทันทีแผนใหม่ตอนนี้กำหนดว่า
พงษ์ จะคอยดูแลชุดหลัง
หวาน วัต คุมสาวๆ ชุดหน้า...
ผมคอยประกบดูแลพี่เจี๊ยบเป็นพิเศษ..
ที่ต้องแบ่งขุมกำลังเช่นนี้เพราะทางเดินต่อจากนี้ อีกไกลมาก และเราต้องเร่งทำเวลากันแล้ว
ซึ่งแต่แต่ละกลุ่มก็ เดินไปด้วยกัน แต่แยกหน้าที่อิสระต่อกันเพื่อให้ถึงเป้าหมาย
ผมสังเกตุความผิดปกติหลายอย่าง ที่บอกให้ทราบว่าพี่เจี๊ยบ ไม่ชำนาญในการเดินป่า...จนทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องแนะนำในการจัดและรัดเป้ให้กระชำ การเลือกตำแหน่งวางเท้าในการเดินทางชัน แต่กระนั้น พี่เจี๊ยบก็ยังตกในการเดินได่ต้นไม้ช่วงหนึ่ง ทำให้สุดท้ายผมต้องตัดสินใจ ดึงเชือกออกจ้าเป้เพื่อให้พี่เจี๊ยบใช้ดึงรั้งในการลงทางชันที่ดงกล้วย เพระ กลุ่มหน้าได้เดินและลื่นจนแม้แต่ผมเองยังหาจุดวางเท้าลำบาก
ซึ่งก็ทุรรักทุเล พอสมควรแต่เราก็ผ่านไปได้
ในช่วงของการเดินตามสารธารในป่า พี่เจี๊ยบเริ่มเดินได้ดีขึ้น จนกระทั่งตามทันสาวๆ ที่จุดพักตอนหนึ่งริมน้ำตกในยามใกล้พบลค่ำเต็มที..
ณ จุดนี้.เรารื้อเสบียงออกมาแจกจ่ายกันกิน...และเปลี่ยนแผนใหม่
โดยครั้งนี้เราแยกเป็นสองกลุ่มผมรีบไปกับชุดหน้า
พงษ วัต อยู่กับชุดหลัง เพราะทั้งสองมีทักษะพอจะดูแลเพื่อนๆ ได้...และมีโอกาสที่ต้องเดิน night trail กันแน่ แต่นุ๊กไม่เคยแม้จะเดินป่ามาก่อน มีพี่ลูกหาบดูแลเป็นพิเศษ ด้วยความพยายามในการทำเวลา เราถึงจุดวางแค้มป์ในช่วงเวลาเข้าด้ายเข้าเข็ม และเร่งรีบดำเนินการจัดเตรียมที่หลับที่นอน..และหุงหาอาหาร ไม่นานนัก กลุ่มหลังก็ค่อยๆ ทยอยกันตามมา..ด้วยการใช้แสดงไฟฉายเป็นเครื่องนำทาง...
ตอนดึกของคืนนั้น ..ฝนแทลงมาทำให้บางคนได้นอนเตียงน้ำ..หรือไม่ก็ย้ายตัวมาเป็นปลาทู..
เข่งปลาทูซึ่งอยู่บนหัวเต้นท์ที่ผมนอน บางขณะก็มีชิ้นส่วนหนักๆ ของใครบางคนที่..ไหลมาตามพื้นเอียงผมต้องดันออกเป็นระยะๆ
แล้วเช้าวันใหม่ก็คืบคลานเข้ามา..จากการสำรวจความเสียหาย ปรากฏว่า ปลาทูท่านใดไม่ทราบ ทับเสาเต็นท์ผมจน แตกไป 1 ท่อน (คราวหน้าไม่มีเต้นท์ใช้แล้วสิ ) แต่ไว้ค่อยแก้ปัญหากัน.. วันนี้เราต้องเดินอีกไกลกว่าจะออกไปพ้นเขตภูเขา
พอเริ่มออกเดินทางก็เจออุบัติเหตุเล็กน้อย คือชุดหน้าเดินไปกระทบเข้ากับรังแตน โชคยังดีที่คนที่เดินชนคืนตั๊มซึ่งใส่เสื้อแขนยาว คลุมฮูตเสื้อแจ๊กเก็ต ทำให้โดนไปไม่มากนัก แต่ก็กระทบถึงเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้ผ่านจุดนั้นต้องตัดทางใหม่ ซึ่งต้องวกขึ้นสุง ปีนทางชัน เพื่อเลี่ยงเตนที่แตกรัง เราพักทานอาหารเที่ยงที่จุดหนึ่ง และตัดออกสู่ทุ่งโล่งและผ่านนาขั้นบันไดและไร่ของชาวบ้านเพื่อออกสู่ถนน
กว่าจะ..อาบน้ำชำระร่างกาย และเล่นน้ำเพื่อพักผ่อน..เราออกจาก ที่ทำการฯ หน่วยคลองตรอนก็เย็นมากแล้ว
แต่การเดินทางของเรา ยังอีกไกล ระหว่างทางกลับกรุงเทพ ยังมีอะไรให้จดจำ อีกมาก ขอฝากให้ไปติดตามดูภาพกันในบอร์ดนะครับ http://www.jaikonjaunt.com/board/index.php?topic=153






แดนฉิมพลีที่ภูเมี่ยง ตอน๒



ระหว่างทาง และจ่ายตลาด ทานมื้อเช้ากันที่น้ำปาด หลังจากนั้นก็ เดินทางไปหน่วยฯ. คลองตรอน เปลี่ยนชุด จัดกระเป๋าเป้ ... จุดนี้แหละที่วัตทำนุชหวั่นไหว.. แล้วก็ไม่มีใครอาสารับผิดชอบชีวิต(คิดถูกหรือคิดผิด ที่ตัดสินใจมา เดินทางล่วงหน้า 1 วัน เพาะเพื่อนดันบอกวันผิด อิ้ว...)ว่าแต่เห็นเป้วัตแล้ว ยอมเลย

ผมรองท้องด้วย ทุเรียนอร่อยๆ ที่ซื้อมาจากตลาด ขณะที่เพื่อนทานข้าวเหนียวไก่ย่างและแบ่งห่อสำหรับมื้อเที่ยง
กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย พร้อมออกเดินทาง ก็ 11 โมงแล้ว..
เอ้าเดินทำเวลาเข้าเด่วจะมืด ช่วงแรกเดินไปตาม ถนนลูกลังที่ตัดขึนไปเพื่อชมน้ำตก...
จุดแรกที่ นับเนินคือ จุดที่เราแยกยากน้ำตกนั่นแหละ ..แหม ให้ซ้อมเดินซะไกลเชียว..
ประเดิมเริ่มต้นที่เนินแรกกันด้วย สายฝนที่หนาเม็ดขึ้นทุกที...ณ.จุดพักก่อนเริ่มขึ้นเนินแรดผมดอดเสื้อออกมาบิดน้ำประชดซะเลย... เสื้อจะได้ไม่เปียกโชกนัก
แล้วก็ได้เวลาเดินฝ่าสายฝนกันต่อ..ขึ้นเนินชัน ช่วงยาวเล่นเอาหลายคนหยุดหอบเป็นพักๆ

แล้วจุดที่เป็น จุดชี้ชะตา ของเราก็มาถึง...บันใด
"เฮ้ย เหนื่อย นี่ต้องเจอบันใดกันตั้งแต่ต้นเลยเหรอเนี้ยะ
น้ำตกสวยๆ มีให้ดูตอลดทางลื่นบ้าง ชันบ้าง ตามทางที่ต้องผ่าน

แล้วค่ำคืนของวันแรกนั้น เราก็พักกันแค่เนิน 5 เพราะว่าถ้าจะเดินให้ขึ้นถึงยอดก็ค่ำแน่ๆ
สอบถามมข้อมูลจากพี่แมว Staff TKT ทีเชียวชาญเรื่องการเดินป่าและโรยตัวบอกว่า"
ตอนนี้ก็สี่โมงกว่ ถ้าทำเวลาเต็มที่เห็นจะถึงที่หมายใกล้ๆ สองทุ่ม" หันซ้ายหันขวาดูสมาชิกแต่ละคน
ขวัญท่าทางจะยังไหวอยู่
แบ๊ส..ก็ท่าจะไปได้แม้จะลื่นบ้าง
ตั้ม..ลื่มมาหลายรอบแล้วนะ ท่าทางจะไม่เหมาะกับ Nighttrail
นุ๊ก..เห็นยิ้มแล้ว รู้เลยว่าใจสู้...แต่ท่าจะไม่เคยกับการเดินป่ามาก่อน กลางคืนคงไม่ต้องพูดถึง
หวาน..คนนี้ยังพอเบาใจได้..ผ่านอะไรกันมาเยอะ น่าจะเอาตัวรอดได้ แม่จะช่วยใครไม่ไหวก็ตามที
....
ท่าจะไม่ไหวมั้ง การเดินทางกลางคืน เลาะตามสันเขา หน้าผาที่ชัน+ลื่น ไม่อยากฝึนสมาชิก .
ประเมินโดยรวมแล้ว ไม่เสี่ยงดีกว่า งั้นคืนนี้พักกันที่นี่แหละ เอามันใกล้ๆ กรุ๊บพี่แมว..อุ่นใจดี

ตัดสินใจได้ก็จัดเตรียมสถานที่...พอพี่ลูกหาบมาถึง สอบถามชุดหลัง ทราบว่ายังอีกไกล ท่าทางบางคนจะไม่ไหวด้วย
งั้นฝากหน้าที่เรื่องหาฟืนก่อไฟให้พี่ลูกหาบช่วยจัดการให้ ที่เหลือ จัดพื้นที่กางเต้นท์กันเลย เด๋วลงไปดูชุดหลังหน่อยเผื่อจะช่วยอะไรได้..

หลังจากวิ่งลงมาถึงเนิน 4 ยังไม่มีวี่แววใครเลย เฮ้ย เย็นแล้วนะ ยิ่งเป็นห่วงมากกว่าเดิมเพราะในป่ามืดเร็ว คราวนี้วิ่งลงเลย...ไปเจอพงษ์ สอบถามได้ความว่า" ชุดหลัง เดินกันไหว แต่พี่เจี๊ยบล้มไปสองรอบ ที่ช้าเพราะแวะถ่ายรูปเล่นน้ำ"
ผมยังถามย้ำว่าต้องลงไปช่วยไหม..พงษ์บอกไม่ต้อง งั้นก็ค่อยๆ เดินมาพร้อมกับพงษ์ ถึงที่พัก กองไฟท่ามกลางสายฝน ถูกพี่ลูกหาบก่อขึ้นเรียบร้อยแล้ว...เราใช้กองไฟหุงข้าวอย่างเดียว เพราะ ความที่ฝนตกตลอดเส้นทางทำให้ฟืนเปียก ก่อไฟได้ยาก
กับข้าวจึงใช้เตาแก๊สในการปรุง
โดย มีพี่เจ หวาน นุ๊ก ขวัญ ตั้ม ช่วยกันคนละไม้ละมือ
ทำให้มื้อค่ำอิ่มหนำสำราญ และเกลี้ยงฉาดทุกหม้อ...
มือเช้าก็ได้พ่อครัว แม่ครัวชุดเดิมประเดิมงาน
แถมด้วยข้าวห่อใบไม้ไปกินระหว่างทาง