วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

Langkawi เมืองนกยักษ์..

เคยได้ยินชื่อลังกาวีมานาน ทั้งตำนานและเรื่องเล่า...ในที่สุดเราได้ไปไปเยือน

ตำนานของเกาะลังกาวี...แผ่นดินที่ถูกสาปนานนับ 7 ชั่วคน...
จุดสนใจของเกาะลังกาวี ฟาร์มปลา ,cabel car,สีนันโลกใต้ทะเล,ตำนานอันยาวนานของเจ้าหญิงมัสซูรี หรือไหม สุรี

การเดินทางจากประเทศไทย สู่งลังกาวี
การเดินทางที่สะดวกคือเดินทางจากจังหวัดสะตูล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที จากท่าเรือจ.สตูล ค่าเรือ 300 บาท

มาติดตามการเดินทางของพวกเรากันดีกว่า... ว่าต่อจากการเรียนดำน้ำที่เกาะหลีเป๊ะนั่นเลย
จากเกาะหลีเป๊ะก็มีเรือ Speed Boat สำหรับเดินทางไปเกาะลังกาวี โดยตรงเช่นกัน โดย สนนราคาอยู่ที่ เที่ยวละ 1200 บาท มีตอน

เช้า(10:00 น. )และตอนเย็น(16:00 น.) ใช้เวลาเดินทางพอๆ กับจากฝั่ง คือประมาณชั่วโมงครึ่ง
หลังจกาสอบถามราคา พิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ แล้ว
(ค่าเรือจาก เกาะหลีเป๊ะไปฝั่ง 500 นั่งรถจากฝั่างไปท่าเรือ นั่งเรือไปลังกาวี 300 เบตเสร็จแล้วราคาคงไม่ต่างกัน แน่เวลานั้นต่างแนา)

เราจึงตัดสินใจ ใช้บริการเรื่อเที่ยวเช้า
ไปถึงลังกาวีก็ต้องรอเอกสาร pass port ก่อนครับ (ที่ทำการ ต.ม. ที่นี่สี่แจ่มมาก ด้านข้าง เป็นท่าเรือ Speed boat และที่จอด

เรือยอจ จำนวนมาก)
เมื่อได้เอกสาร pass port เป็นที่เรียบร้อย เราก็ออกเดินทางกันต่อโดยเหมา taxi ไป cabel car ค่ารถ ที่ต่อรองได้คือ 100

RM (ค่าเงิน ณ วันนี้ 10.60 บ./1RM) taxi ที่ลังกาวี(และหลายๆ ที่ในมาเลเซียที่ไปเที่ยวมา ใช้อัตราเหมาครับ เหมือนๆ กับนั่งรถ

เมย์บ้านเรานั่นแหละ มีระยะทางและราคาเทียบอยู่(แต่ไม่มีมิเตอร์)

ถึง cable car เราก็หาอะไรทานกนก่อน...ทานเสร็จ จะกลับมาขึ้นหน่อย...:D เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ปิดชั่วคราวครับ เนื่องจากลม

แรง(เฮ้ยนึกว่าปิด ชั่วคราวแบบยาวนานเหมือนบ้านเราซะอีก) อะไม่เป็นไร งั้นฝากกระเป๋าหน่อยได้ไหมครับ จะเดินไปเที่ยวน้ำตกกันก่อน(ตั้งแต่

เริ่มออกเที่ยวต่างประเทศ เราเริ่มมีทักษะภาษามือดีขึ้น (- -") ) พี่เจ้าหน้าทีก็ใจดีครับ รับฝาก เราเลย ออกเดินทางไปเดินชมน้ำตกกันพักใหญ่
กลับมา เย้ๆๆๆ cable car เปิดแล้ว ขึ้นกันเถอะ (ทำไมแถวยาวจังวะ) เอาซื้อตั๋วกันก่อน พอเข้าแถวก็รู้แล้ว(ทัวร์จากเมืองไทย...คง

ไม่ต้องบรรยายอะไรมาก)
เอ่อเค้าว่า ที่นี่มันเป็นที่สุด ในเรื่องอะไรสักอย่าง...ก็อะไรสักอย่างนี่แหละที่ผมนึกไม่ออก
เอาเป็นว่า ผมว่า มันน่าหวาดเสียวทีเดียวแหละ
บนยอดเขามีทางเดินชมวิวด้วย ไม่รู้เค้าเรียกกันว่าอะไรนะ แต่ว่า สวยดี มาทั้งทีก็ไปเก็บภาพกันหน่อย
บรื้อ!!! ความสูงแค่ หกร้อยกว่าเมตร แต่ลมเย็นจนหนาวเลยนะ เราเอ้ยระเหย อยู่จน พระอาทิตย์ตก ลงมาถึงข้าล่างก็มืดแล้ว...พอรับกระเป๋า





เสร็จ พี่เค้าก็แยกย้ายกลับกันเลย(แหมแกรงใจใจ กลายเป็นว่า พี่ๆ เค้าอยู่เฝ้ากระเป๋าให้พวกเรากันเหรอเนื้อ ขอบคุณมากครับ)
หลังจากนั้นก็หารถ taxi ไปตลาดกั๋วกันต่อ
ที่พักเหรอ..ยังไม่มีครับ ไปเสี่ยงหาเอาข้างหน้า...มั่นใจว่าสามารถ..
แล้วเราก็ทำได้จริง ๆ อยู่ใกล้ๆ กับ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้วย คืนละ 700 บาท.นอนได้ครบสมาชิก(5 คน)
เช้าวันรุ่งขึ้นเราเริ่มกันด้วย ไปที่ท่าเรือที่จะเดินทางกลับ ตรวจสอบรายละเอียดการเดินทางกันก่อน เสร็จแล้ว ก็หา taxi เหมาไปเที่ยวกัน เป้า

หมายวันนี้ ที่แรก คือสุสาน มัสซูรี ต่อไปก็ ฟาร์มปลา แล้วก็กลับมาที่จตุรัสนกอินทรี (ดาตารัน ลัง ) จุดที่เราได้ขึ้นรถไปนั่นและ วันนี้ค่ารถเหมา

เหมือนเดิมครับ แต่เป็นรายชั่วโมง เหมารวาม 4 ชั่วโมง. 300RM ถ้าเกินก็ชั่วโมงละ100 RM
สุสานมัสซูรี เป็นสถานที่ที่จัดไว้เป็นเขตสงวนเพื่อคนรุ่นต่อไป ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งห่างจากเมืองกัวห์ ประมาณ 12 กิโลเมตร

สถานที่บูชาแห่งนี้

ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่หญิงสาวคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่บนเกาะลังกาวีเมื่อ 200 กว่าปีก่อน เธอถูกกล่าวหาว่านอกใจสามี เลยถูกตัดสินประหารชีวิตด้วย

กริชที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ ตามตำนานกล่าวว่า โลหิตของเธอที่ไหลออกมาเป็นสีขาวและก่อนสิ้นชีพ เธอได้สาบแช่งเกาะนี้ว่าขอให้ไม่เจริญมีแต่ความเสื่อม

โทรมนาน 7 ชั่วโคตร อย่างไรก็ตาม เวลานั้นก็ได้ผ่านมาจนครบกำหนดกับคำสาบแช่งตามตำนาน ในวันนี้เกาะลังกาวีกำลังเจริญรุ่งเรือง จากการ

พัฒนาและผู้คนที่หลั่งไหลมาเยือนเกาะลังกาวีเป็นจำนวนมากขึ้นโดยมีความเชื่อว่าใครที่มาแล้วตั้งใจอธิษฐานก็จะสำเร็จสมดั่งใจทุกคน สถานที่

ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เปิดให้ผู้ที่สนใจในเรื่องของตำนานความเป็นมาต่างๆ ตั้งแต่เวลา 08: 00 – 18:30 (ทุกวัน)

สถานที่ต่อไป ฟาร์มปลา
เป็นสถานที่แสดงการให้อาหารปลานานาชนิด ซื้ออยู่บริเวณ ป่าโกงกาง ตอนหนึ่งของเกาะ ผมได้ทดลงให้อาหารและลูบตัวเจ้ากระแบนตัวเป็นๆ เป็น

ความรู้สึกที่พิเศษไปอีกแบบ

ได้ดูฝูกนกเหยี่ยวแดงและนกออก โฉบจับปลา นั่นถือว่าเป็นความประทับใจของผม นอกจากนั้นก็ยังมีส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ

ปิดท้ายก่อนกลับกันด้วยการดูค้าคาวในถ้ำ

และอีกรั้งเรากลับมายังจตุรัสนกอินทรี (ดาตารัน ลัง ) ทันก่อนพระอาทิตย์ตก ให้ได้เก็บภาพยามเย็น กันจนเป็นที่ถูกใจ ก่อนไปหาอะไรอร่อยๆ
ทานกันที่ตลาดกัวห์ รวมถึงเดินหาของฝากจากจากร้านปลอดภาษี แหมมาถึงเมืองปลอดภาษีทั้งที ไม่ซื้ออะไรกลับไปซะหน่อยก็กระไรอยู่นะ

เช้าวันที่ 3 เก็บของเตรียมตัวเกินทางกลับ เป้าหมายจตุรัสนกอินทรี (ดาตารัน ลัง ) ขึ้นเรือกลับสตูล แล้วก็ต่อรถตู้กลับ หาดใหญ่ เพื่อจะเพิ่ม

โอกาสในการเลือกรถกลับกรุงเทพ ให้ทันทำงานวันพรุ่งนี้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางคร้งนี้ บันทึกไว้ในบอร์ด http://122.155.7.128/~jaikonja/board/index.php?topic=6.0

ไม่มีความคิดเห็น: